dear 的个人资料☆de@rcob@in☆照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
5月29日 ที่นี่ เคยมีเรื่องราว...นานแค่ไหนแล้ว ที่เรื่องราวได้ห่างหายไปจากที่นี่...นานแค่ไหนแล้ว ที่ไม่ได้เห็นคำทักทาย...ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ฉันไม่รู้จะพิมพ์ต่อไปยังไง...ในเมื่อจิตใจของฉันตอนนี้ มันไม่ปกติ...เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ ก็คงจะต้องจางหายไปพร้อมกับตัวฉัน...
ทุกลมหายใจเข้าออกของฉัน ฉันเติบโตขึ้น...ทุกลมหายใจเข้าออกของฉัน มีคนนึงแก่ลง...ฉันคิดถึงย่า...อยาก pause ทุกอย่างเอาไว้...อยากหยุดลมหายใจไว้ก่อน...อยากนอนหลับไปนานๆ...ฉันเหนื่อย...
แล้วสักวันจะไปหา...
ลาก่อน...
6月28日 พิมเสนที่เสียไป ไม่ได้แลกเกลือกลับมาเสมอ...ภายใต้ผมยาวที่ปกคลุมศีรษะของผมนั้น น้อยคนนักจะรู้ว่ามีแผลเป็นจากรอยเย็บทั้งหมด 6 เข็ม... แผลเป็นที่เกิดจาก คนที่เราเคยเรียกได้เต็มปากว่า"เพื่อน"... เพื่อนของผมคนนั้นชื่อว่า เน็ค... เน็คที่เคยเป็นเพื่อนเรียนด้วยกันมาในสมัย ปวช. ในวิทยาลัยเทคนิคต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง... แต่เน็คโดนรีไทน์ให้ออกจากวิทยาลัย เนื่องจากผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์... ตลอด 6 ปี ไม่เคยเจอเน็คเลย แต่ได้ข่าวคราวอยู่บ้างว่ามาเรียนต่ออยู่กรุงเทพฯ... จนกระทั่งเรามาเจอกัน ณ เมืองหลวงแห่งนี้ ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนได้ถูกสานต่ออีกครั้ง... คำถามต่างๆ นานาพรั่งพรูออกมาจากปากเราสองคน สอบถามถึงเรื่องที่ผ่านมาในระยะ 6 ปี... เรากลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้งหนึ่ง... จนกระทั่ง... เน็คกับป๊อกมีปัญหากัน มีเรื่องบางอย่างทำให้เน็คกับป๊อกไม่ลงรอยกัน... ผม ซึ่งเป็นคนกลางระหว่างเพื่อนทั้งสองคน พยายามไกล่เกลี่ยให้ทุกอย่างเหมือนเดิม... แต่มันสายไปแล้ว ทั้งสองเหมือนน้ำสองหม้อที่กำลังเดือด รอแค่สาดเข้าหากัน... เที่ยงคืนวันนั้น โทรศัพท์ในห้องผมดังขึ้น... "กูพร้อมแล้ว มึงไปบอกไอ้ป๊อกได้เลย ว่าจะชนกับกูเมื่อไหร่ ตอนนี้กูอยู่กับเพื่อนกูอีก 10 คน... เพื่อนที่มันพร้อมจะลุยกับกู" นี่คือคำทักทายในสายโทรศัพท์จากเน็ค ฟังก็รู้ว่าเมา... "เฮ้ย! อะไรของมึงเนี่ย ทำไมต้องถึงขนาดนี้ด้วยวะ เพื่อนกันทั้งนั้น" ผมตอบกลับ... ผมไม่รอเสียงตอบ "โตๆ กันแล้ว ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยวะ ปัญญาชนแล้วนะเว้ย"... "มึงจะไปบอกมันหรือไม่บอก ถ้ามึงไม่ไปบอกมัน หรือมึงจะวัดกับกู" เน็คสวนกลับมา... "อ๋อ นี่มึงเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นกูแล้วหรอ" ผมถามด้วยเสียงเรียบ... "กูว่ามึงกลับบ้านไปนอนก่อนดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ตื่นมาค่อยว่ากัน ตอนเช้ากูก็ต้องทำงานอีก" ผมพยายามใจเย็นๆ แล้วพูดกับเน็คดีๆ... 6 โมงเช้าโทรศัพท์ในห้องดังขึ้นอีกครั้ง แต่เป็นเสียงที่โทรมาจากข้างล่างตึก... "มึงลงมาคุยกับกูหน่อย" เน็คพูดเรียบๆ ทางโทรศัพท์... "เดี๋ยวกูลงไป" ผมตอบด้วยอาการงัวเงีย... ผมจุดบุหรี่ ระหว่างที่กำลังนั่งลงริมฟุตบาทของที่จอดรถ ใต้ตึกที่ผมพักอยู่... "มึงโทรไปบอกไอ้ป๊อกแล้วยัง?" เน็คเอ่ยถามเป็นคำแรกที่เจอหน้าผม กลิ่นเหล้าฟุ้ง... "ยัง กูไม่รู้จะโทรไปทำไม" ผมพูดออกมาพร้อมควันบุหรี่... "มึงไม่อายเพื่อนหรอ ถ้าเพื่อนถามว่ามึงตีกันทำไม แม่งมาจากบ้านเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน มาตีกันถึงที่นี่ โตๆ กันแล้ว มึงคิดว่าตีกันเสร็จจะได้อะไรขึ้นมาวะ" ผมจี้บุหรี่ลงกับพื้น... "งั้นมึงมาวัดกับกูตัวต่อตัว" ผมไม่คิดว่ามันจะพูดคำนี้ออกมา... "มึงจะเอางั้นหรอ" ผมมองหน้ามันแล้วถามออกมา... "หรือมึงไม่กล้า ลูกผู้ชายรึป่าววะ มา มึงมาวัดกับกู ต่อยกัน แล้วจบ เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม"... มันท้าทายเหมือนกับไม่เคยเป็นเพื่อนกัน... "กูจะบอกให้นะ กูต่อยกับมึงก็ได้ แต่ไม่ใช่เพราะกลัวมึงหาว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย แต่กูจะต่อยกับมึงเพราะมึงอยากต่อยกับกู แล้วขอให้จบกันตรงนี้ มึงอย่าไปหาเรื่องไอ้ป๊อกอีก... อีกอย่างนึงถ้าจบแล้ว กูกับมึงก็ไม่เหลือคำว่าเพื่อนต่อกัน"... ผมตัดสินใจฝืนคำโบราณที่ว่า อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ... ผมถอดรองเท้าแตะ พร้อมกับบอกให้มันถอดแหวนกับนาฬิกา... มันถอดไปยิ้มไป รอยยิ้มของมันแทบไม่เหลือความเป็นเพื่อนต่อกัน... คนที่เคยเรียกว่าเพื่อน ยืนประจันหน้าอยู่ตรงหน้าผม ต่างคนต่างมองตากัน... และแล้วสิ่งที่มันต้องการก็เริ่มขึ้น... "กูจะไม่ต่อยมึงก่อน แต่กู..." ยังไม่ทันสิ้นเสียง มันก็ผลักอกผมกระเด็นออกมา... ผมตั้งหลักได้ จึงสวนหมัดไปที่ใบหน้าของมันอย่างจัง รู้สึกถึงเสียงกระดูกที่มือกระทบกระดูกที่หน้าของมัน... มันถึงกับหน้าหงาย ผมรู้สึกสงสารเพื่อนขึ้นมาในทันที... ไม่ทันจะรู้สึกสงสารได้เต็มที่ มันก็ต่อยกลับมายังหน้าของผมคืนเช่นกัน... ไม่มีความรู้สึกเจ็บ ทุกหมัดที่มากระทบ ชาไปหมด ต่อยกันไปมาอยู่อย่างนั้นประมาณ 15 นาที... ต่างฝ่ายต่างรักษาระยะห่าง ผมยืนตั้งหลักอยู่ข้างกำแพง... ในระยะเวลาอันรวดเร็วที่ผมเผลอ รู้สึกตัวอีกที มันกำลังจับหัวผมโขกกับขอบกำแพง... ปึกกกก! เสียงก้องในหัวผม มันผละตัวออกจากผม พร้อมดูผลงานของมัน... ไม่รู้สึกอะไรนอกจากชา ผมยกมือปาดเหงื่อที่กำลังไหลมาข้างคิ้ว... แต่สิ่งที่เห็น ไม่ใช่เหงื่อ แต่กลับกลายเป็นเลือด... "มึง พอใจแล้วยัง เลือดหัวกูออกแล้ว" ผมถามมัน... "..." มันเงียบ... ผมนั่งลงริมกำแพง แล้วจุดบุหรี่... "เลือดมึงไหล" มันบอกผม ผมเงียบ... มันลงมานั่งข้างๆ แล้วยื่นมือมาทำท่าจะจับมือผมแล้วเอ่ยว่า "เหมือนเดิมนะเพื่อน"... ผมสูบบุหรี่ ไม่พูดอะไรสักคำ... บุหรี่หมดตัว ผมจี้ลงพื้น แล้วเดินจากมันมาโดยไม่เอ่ยอะไรเลย... ผมขึ้นไปแต่งตัว แล้วลงมาเรียกแท็กซี่ ไปโรงพยาบาล... เย็บ 6 เข็ม... ตั้งแต่นั้นมา คำว่าเพื่อนก็จบลง... หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้มาได้ ผมเสียสิ่งหนึ่งไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมได้มา... แน่นอน สิ่งที่เสียไป คือคำว่าเพื่อน แต่สิ่งที่ผมได้มานั่นก็คือ... การได้รู้ว่า การที่เรายอมแลกในสิ่งที่คาดว่าคงได้กลับมา ถึงไม่มากเท่าสิ่งที่เสียไป... บางที มันกลับไม่ได้อะไรเลย... 5月8日 เล่นกับน้อง ย้อนมองตัวเอง...เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ไปร่วมกิจกรรม a board project #01...
โครงการเล่นกับน้อง กับเวบบอร์ด a day ณ บ้านเด็กอ่อนรังสิต...
ได้เห็นน้องๆ ที่ต้องเติบโตมา โดยไม่มีพ่อแม่คอยเลี้ยงดู รู้สึกสงสารน้องๆ เหล่านั้น... ยิ่งได้เห็นอยู่กันเป็นกลุ่มหลายๆ คนยิ่งรู้สึกหดหู่ใจ ว่าทำไมโลกนี้ ประเทศนี้ จึงมี... เด็กๆ ที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดพรากจากผู้ซึ่งเป็นพ่อแม่อยู่หลายคน...
ด้วยความไร้เดียงของเด็กๆ หลายคน คงยังไม่รู้อะไรมากนัก... ว่าการเติบโตมาโดยไม่มีพ่อแม่อยู่เคียงข้างนั้น มันยากเย็นแค่ไหน... มันเหมือนขาดสิ่งสำคัญในชีวิตไปสองอย่าง...
เลยนึกไปถึงตัวเอง ครั้งยังเด็กๆ ก็เติบโตมาโดยไม่มีทั้งสองอย่างเหมือนน้องๆ เค้า... บางช่วงที่มองไปยังเด็กๆ เหล่านี้ ทำให้น้ำในตามันเอ่อออกมา แต่ไม่ปล่อยให้มันไหลออกมา... เนื่องจากอายเพื่อนๆ น้องๆ ที่มาด้วย นี่ถ้าเรามาคนเดียว คงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่...
ได้แต่หวังว่า น้องๆ เหล่านี้ จะต้องเติบโตขึ้นด้วยความเข้มแข็ง... ขอให้สิ่งที่มาทดแทนสิ่งที่พวกเขาขาดหายไป คือความเข้มแข็ง... เข็มแข็งที่จะใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ต่อไป เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า... และหวังว่าระหว่างนั้น คงมีคนแวะเวียนมาเล่นกับพวกเขาอยู่บ่อยๆ...
ดูสิ อยู่กันเยอะแยะ อยู่กันหลายคน แต่ทำไมรู้สึกได้ถึงความเหงานะ...
เข้มแข็งนะเจ้าเด็กน้อย... 4月5日 บางเรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ Nirvana และ Kurt Cobain...บางเรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ Nirvana และ Kurt Cobain...
3. เคิร์ทป่วยเป็นโรค Narcolepsy คือ สภาพการหลับหมดสติไปเมื่อเกิดอาการเกร็งมาก ๆ 4. Kurt และ Krist Novoselic เคยอยู่วง Skid Row มาก่อน แต่ไม่ใช่ Skid Row 5. Kurt เคยทำงานเป็นเด็กขนของให้กับวงกรันจ์ที่เขาเคารพมาก คือ The Melvins
7. Jason Everman ได้เครดิตในฐานะมือกีตาร์ในอัลบั้มชุด Bleach แม้ว่าเขาจะไม่ได้ร่วมบันทึกเสียงด้วย 8. Jason Everman ผู้นี้ เคยได้ร่วมงานกับวง Soundgarden ในช่วงปี 1989-1990
10. วง Nirvana มีมือกลองมาแล้ว 5 คนดังนี้ Aaron Burckhard (1987-1988), Chad Channing (1988-1990), Dan Peters (1990), Dale Crover (1990), 11. มือเบสของวง Soundgarden คือ Ben Shepherd เกือบได้ร่วมวง Nirvana ในปี 1989 แต่ทางวงได้รับคำแนะนำว่า ควรจะคงความเป็นวงสามชิ้นเอาไว้ดีกว่า 12. Kurt Cobain และ Krist Novoselic เคยได้ร่วมงานกับ Mark Lanegan และ Mark Pickerel นักร้องและอดีตมือกลองแห่งวง Screaming Trees 13. เมื่อปี 1988 Kurt เปลี่ยนคำสะกดชื่อของเขาเป็น Kurdt Kobain และในปี 1989 14. ปี 1993 Chris Novoselic เปลี่ยนชื่อของเขาเป็น Krist Novoselic ตามการออกเสียงของชาว Croatian
16. Courtney เคยเข้าร่วมการคัดเลือกตัวผู้แสดงบท Nancy Spungen
19. มกราคม 1994 ในบทสัมภาษณ์ของนิตยสาร Rolling Stone เคิร์ตอ้างว่าเขาเลิกยาได้แล้ว และกำลังรักษาด้วยยาชนิดใหม่อยู่ ปัญหาเรื่องกระเพาะของเขาก็ดีขึ้น และเขาหวังว่าจะเป็นอิสระจากความเจ็บปวดได้ในอนาคต 20. ในช่วงแรก ๆ เคิร์ทพยายามที่จะร้องเพลงด้วยสำเนียงอังกฤษ เพราะเขาคิดว่าเสียงแบบอเมริกัน ฟังไม่เป็นพังก์ร็อคพอ 21. ชื่ออัลบั้ม Bleach ได้มาจากคำว่า "Bleach your works" ซึ่งเป็นชื่อแคมเปญหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อโรคในซานฟรานซิสโกที่ทางวงไปเห็นเข้า
23. Dave และ Kurt เคยไปดูโชว์ของ Tobi Vail แห่งวง Bikini Kill ที่โอลิมเปีย Dave
25. Nirvana บันทึกอัลบัม Nevermind ที่ Sound City ใน California ซึ่งเป็นสตูดิโอที่ Evil Knievel นักแสดงมอเตอร์ไซต์ผาดโผนฮีโร่วัยเด็กของเคิร์ท เคยมาตัดแผ่น 26. เพลง Stay Away ตอนแรกใช้ชื่อว่า Pay To Play เนื้อร้องถูกเปลี่ยนในวินาทีสุดท้ายที่สตูดิโอ 27. ทางวงเกือบจะเขี่ยเพลง Smells Like Teen Spirit ออกจากอัลบัม Nevermind 28. Nevermind มิกซ์โดย Andy Wallace ซึ่งต่อมาเคิร์ทไม่ถูกใจกับเสียงที่ Wallace มิกซ์ให้ เขาว่าฟังเหมือน Motley Crue มากกว่าพังก์ร็อค
31. Nirvana ถูกถีบส่งออกมาจากงานเลี้ยงฉลองวาระการออกขายอัลบัมชุด Nevermind 32. เคิร์ทเลือก Steve Albini มาโปรดิวซ์งานชุด In Utero ให้ เพราะเคิร์ทเป็นแฟนเพลงของ Albini ตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่วง Big Black เขาเป็นพนักงานบันทึกเสียงให้กับชิคาโก ทัช แอนด์ โก เคยทำงานกับ The Jesus Lizard, Helmet, Superchunk, Mule,
37. เคิร์ทพบว่าตัวเองชอบเพลงheavy metal เมื่อแผ่นเสียงของวง Aerosmith, Led Zeppelin, Black Sabbath และ Kiss ส่งมาที่บ้าน เพราะพ่อของเขาสมัครเป็นสมาชิกการสั่งซื้อทางไปรษณีย์ 38. เขาแต่งเพลงพังค์ครั้งแรก โดยจินตนาการเอาว่าเสียงของมันจะเป็นอย่างไร 39. ตอนแรก เวนดีแม่ของโคเบนไม่เห็นด้วยกับการร้องเพลงของโคเบน เธอเคยแนะนำเขาว่า น่าจะเล่นกีตาร์เฉย ๆ ดีกว่า 40. ตอนที่เคิร์ทได้ไปซ้อมเพื่อจะเข้าร่วมกับวง The Melvins ครั้งแรกนั้นห่วยมาก 41. เคิร์ทมีความประทับใจประหลาด ๆ เกี่ยวกับเต่า เขาเคยเลี้ยงเอาไว้หกตัวในอ่างอาบน้ำ
43. เคิร์ทเคยคิดว่าเพลงของ Nirvana จะไม่มีอิทธิพลต่อวงการเพลงร็อค 44. ซิงเกิลแรกสุดของ Nirvana คือ Love Buzz/Big Cheese ซึ่งออกขายในปี 1988 โดยสังกัด Sup Pop แต่ก่อนหน้านั้นเพลง Spank Thru
11月21日 me (again)...10 ปีหลังจากพ่อจากไป...
แม่ก็ป่วยเป็นโรคไต เจ็บออดๆ แอดๆ มาตลอด...
เวลาแม่ปวดท้องมากๆ แม่ก็จะถูกส่งเข้าโรงพยาบาล...
เหตุการณ์เหล่านี้จึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผม...
เวลาที่แม่กลับมาจากโรงพยาบาล ผมก็จะเล่าให้แม่ฟังว่า...
เมื่อคืนนี้ผมฝันอะไรบ้าง แล้วแม่ก็จะเล่าให้ฟังว่า แม่ฝันอะไรบ้าง...
วันนั้น...เป็นเวลาประมาณตีสี่...
แม่ปลุกผมขึ้นมาเนื่องจากแม่มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง...
ผมลุกขึ้นมาโดยไม่มีอาการงัวเงียแม้แต่น้อย...
หลังจากได้สติจึงวิ่งไปเรียกลุงซึ่งอยู่บ้านข้างๆ...
ลุงตื่นขึ้นมาและเอารถมอเตอร์ไซด์ขี่พาแม่ไปส่งที่ รพ.ในอำเภอ...
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนไม่ได้พูดอะไรกับแม่มากเท่าไร...
ตอนกลางวันวันนั้น ป้าเลยส่งผมไปอยู่กับย่าซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 8 กม....
ตกเย็นวันเดียวกัน ผมกำลังอาบน้ำแล้วนึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย...
ได้ยินเสียงลุงมาเรียกย่าที่หน้าบ้าน ปกติลุงไม่เคยมาที่นี่บ่อยนัก...
เริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี รีบออกจากห้องน้ำ...
ลุงเดินมาหา พร้อมย่าเดินตามมา ลุงบอกว่า...
"แม่เสียแล้วนะ ตอนนี้อยู่ที่วัด"...
ผมพูดไม่ออก ไม่มีน้ำตา รู้สึกว่าชาไปทั้งตัว...
ขึ้นไปแต่งตัวบนบ้าน นึกอะไรไม่ออก เลยถามย่าว่า...
"ย่า แล้วลูกจะอยู่กับใคร"...
ย่าตอบกลับมาว่า "ก็อยู่กับย่าไง ย่าเลี้ยงดูเอง"...
ระหว่างที่ซ้อนมอเตอร์ไซด์ไปกับลุง เพื่อไปที่วัด...
เหมือนตัวเองต้องการความแน่ใจ เลยถามลุงอีกครั้งว่า...
"ลุง แม่เสียแล้วจริงๆ ใช่มั้ย"...
ด้วยคำตอบของลุง ทำให้ผมแน่ใจ...
"เสียแล้วจริงๆ เสียเมื่อตอนเย็น ตอนนี้อยู่ที่วัด"...
สิ้นคำตอบของลุง ไม่รู้น้ำมาจากไหน ไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตา...
พูดกับตัวเองในใจ "แม่เราเสียแล้วนะ"...
เรื่องความฝันที่จะเล่าให้แม่ฟัง...
ฝันว่าเห็นแม่แต่งชุดสีขาวสวยงาม กำลังยิ้มให้ผม...
คงไม่ได้เล่าให้แม่ฟังแล้ว...
คำถามที่จะถามแม่ว่า เมื่อคืนแม่ฝันว่าอะไร...
คงไม่ได้ถามแล้ว...
ไม่เสียใจเลย ถ้าก่อนหน้านั้น ได้บอกแม่ว่า...
"รักแม่นะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงลูกนะ"...
แม่คงเป็นห่วงเรา เพราะแม่นอนตาไม่หลับ...
รักแม่...
7月28日 me...
"ย่า...คนเค้ามาทำอะไรบ้านเราตั้งเยอะแยะอ่ะย่า"
เสียงจากเด็กชายอายุสามขวบเอ่ยถามผู้เป็นย่า...
ย่านิ่งไปสักพักก่อนที่จะบอกกับเด็กน้อยว่า...
"เค้ามางานศพของพ่อไงล่ะ พ่อเสียแล้วนะ พ่อไปสวรรค์แล้ว"...
"ใครบอก พ่อนอนหลับอยู่นั่นไง" เด็กน้อยค้านผู้เป็นย่า...
พร้อมกับวิ่งไปที่ศพของพ่อที่วางอยู่บนเสื่อที่พื้น...
แล้วล้มตัวลงไปนอนกอดร่างอันไร้วิญญาณของผู้เป็นพ่อ...
พลางตะโกนเบาๆ ว่า"พ่อ ตื่นๆ มีคนมาบ้านเราตั้งเยอะ ไม่รู้มาทำไรกัน"...
ภาพที่เห็นทำให้ผู้เป็นย่าซึ่งได้เสียน้ำตามาก่อนหน้านี้แล้ว
เอ่อล้นอีกครั้ง...
จึงเข้ามาดึงตัวเด็กน้อยลุกขึ้นเบาๆ พร้อมบอกด้วยเสียงสั่นเครือว่า
"พ่อไปสวรรค์แล้วนะ ไปจริงๆ แล้ว"...
เด็กน้อยเงียบพร้อมพยักหน้าตอบรับเป็นอันเข้าใจว่าเค้ารู้เรื่องแล้ว...
แล้วก็วิ่งไปหลังบ้านโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรสักคำ...
...??...
6月25日 my birthday...23 มิถุนายน 2549...
วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิด...
นัดเพื่อนๆ น้องๆ มานั่งกินไรกัน ณ ร้านสระ-ลาน-ลม ลาดพร้าว...
มีความสุขมากๆ ทุกคนมาด้วยใจ...
ขอบคุณทุกคนมากๆ...
แค่มาก็ขอบคุณมากแล้ว...
ขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิด...
ขอบคุณสำหรับเค๊กวันเกิด...
ขอบคุณสำหรับการ์ดอวยพร...
ขอบคุณมากๆ...
มีความสุขมากเลยครับ... 6月21日 a day fanpantae...5月28日 แม่ง...เหี้ย...ซื้อบ้านเดี่ยวที่สงขลามา เจ้าของโครงการรับปากว่าถ้าดาวน์ถึง 7 แสนจะมีส่วนลดให้ 5 หมื่น...
ซึ่งตรงนี้มันจะเอาไปทำรั้วบ้านให้ จึงวางเงินดาวน์ 7 แสน ที่เหลือกู้ธนาคาร...
เซ็นต์สัญญาโอนเป็นที่เรียบร้อย ทั้งหมดเป็นเงิน 2.2 ล้านบาท...
โดยทั้งหมดมีแค่ที่ดินกับตัวบ้านเท่านั้น ไม่รวมถึงเหล็กดัดประตูหน้าต่าง กับรั้วพร้อมประตูรั้ว...
เจ้าของโครงการเสนอว่า ถ้าต้องการจะทำเหล็กดัดกับรั้วบ้าน สามารถจ้างมันก็ได้...
มันมีช่างมาทำให้ จึงตกลงว่าจ้างมัน แต่อยู่ๆ มันมาบอกว่าที่เคยบอกว่าลดให้ 5 หมื่น...
มันลดให้เหลือแค่ 3 หมื่น เนื่องจากมันต้องไปเสียค่าดำเนินการส้นตีนของมันจึงลดให้ได้แค่นี้...
ถ้าจะทำเหล็กดัดกับรั้วต้องโอนเงินให้มันอีก 5 หมื่น จึงโอนเงินให้มันเป็นที่เรียบร้อย...
มันรับปากว่าเหล็กดัดประมาณ 1 อาทิตย์จึงจะเสร็จ ส่วนรั้วบ้านจะเสร็จประมาณกลางเดือน พค.
จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลาประมาณ 1 เดือนเศษ มันยังไม่เริ่มทำอะไรให้เลย...
แรกๆ โทรไปมันบอกว่ากำลังทำอยู่ โทรไปอีกมันก็บอกว่าใกล้เสร็จแล้ว...
หลังๆโทรไปเป็นสิบๆ ครั้ง มันไม่รับสายเลยซักครั้ง จนปัจจุบันนี้ ย่าย้ายมาอยู่ที่บ้าน...
กับลูกพี่ลูกน้องอีกคนซึ่งเรียนดนตรี และเล่นดนตรีที่ร้านจะกลับก็ตี 3...
บ้านซึ่งไม่มีรั้ว แถมประตูหน้าต่างไม่มีเหล็กดัดรับประกันความปลอดภัยซักบาน...
กับคนแก่คนนึง อายุ 60 กว่าๆ...มันไม่สนใจเหี้ยอะไรเลย...
จนมารู้ความจริงจากคนข้างบ้านว่า เจ้าของโครงการมันเป็นคนอย่างนี้แหละ...
โกงเค้าไปทั่ว มันยังค้างเงินข้างบ้านอีกหมื่นกว่าบาท เค้าไม่คิดจะทวงแล้ว...
ถือว่าทำบุญทำทาน เงินที่โอนให้มันไป 5 หมื่น มันคงเอาไปหมุนเพื่อทำโครงการใหม่ของมัน...
ได้คุยกับช่างของมัน ช่างบอกว่านับประสาอะไร กับช่างมันยังไม่จ่ายค่าจ้างอีก 7 พันเลย...
ทำอะไรไม่ได้เลย โทรไปหามัน ก็ไม่รับสาย ได้แต่ฝากข้อความไปให้มันว่า...
"พี่ บ้านผมไปถึงไหนแล้ว รู้มั้ยว่าย่าผมจะบ้าตายแล้ว ถ้าพี่ยังทำงี้อยู่ ผมจะไม่พูดเองแล้วนะ"...
กะว่าจะแจ้งความข้อหา ฉ้อโกง เอาให้มันรู้กันไปข้างกับพวกเหี้ยๆ อย่างนี้...
ตอนนี้มันกำลังขึ้นโครงการใหม่ คนแบบนี้ขอให้มันเจริญฮวบๆ...แม่งเหี้ย...
จำไว้นะครับ ถ้าคิดจะซื้อบ้านควรสืบหานิสัยใจคอ ความรับผิดชอบของเจ้าของโครงการซะก่อน...
หรือไม่ก็อย่าเพิ่งเซ็นต์โอน จนกว่ามันจะทำบ้านให้เราเสร็จ เพราะอาจจะเจอพวกเหี้ยๆ แบบนี้ก็ได้...
แม่ง...เหี้ย...
3月18日 กลับบ้าน...ไปซื้อบ้าน...เย็นนี้กลับบ้านนะ...
กลับไปทำธะรุ...
จะไปเซ็นต์สัญญาโอนบ้านอ่ะ...
ดีใจจังมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว...
เคยได้ยินเค้าพูดว่า...ถ้าอายุเกิน 30 แล้วยังไม่มีบ้าน...
ก็จะไม่มีบ้านอีกต่อไปแล้ว...ไม่รู้จริงรึป่าว...
แต่ตอนนี้ยังไม่ 30 เลย มีบ้านแล้ว ดีใจจัง...เหอ...
ดีใจกับผมด้วยครับ ผมมีบ้านอยู่แล้ว...
ที่...
สงขลา...
มีทะเล...ด้วย...
นอนเล่นริมทะเล...
กินเหล้าริมทะเล...
เล่นน้ำทะเล...
2月22日 ไม่ว่าชีวิตของเธอเป็นแบบไหน...ไม่ว่าชีวิตของเธอเป็นแบบไหน...
เมื่อไหร่เธอมองไม่เจอใครๆ เมื่อไหร่ที่เธอทุกข์ใจลำพัง อยากให้เธอจงคิดถึงฉัน แค่เธอโทรมาที่ฉัน เมื่อไหร่มีคนดูแลเอาใจ เมื่อไหร่ที่ใจแข็งแรงดูดี เมื่อไหร่ที่ชีวิตเธอสดใส * เมื่อไหร่ที่เธอปลอดภัยแล้ว ก็จะเป็นคนสุดท้ายที่จะพบเธอ ** ไม่ว่าชีวิตของเธอนั้นแบบไหน แค่ขอให้รู้เท่านั้นว่าเธอไม่เดียวดาย (ซ้ำ *) ไม่ว่าชีวิตของเธอนั้นแบบไหน แค่ขอให้รู้เท่านั้นว่าเธอไม่เดียวดาย (ซ้ำ **) มันไม่เลิกรักเธอ 2月11日 ทั้งๆ ที่...ทั้งๆ ที่...เราใกล้กัน...แต่ทำไมดูเหมือนห่าง...
ทั้งๆ ที่...ฉันพยามยามสนใจ...แต่เธอกลับดูเย็นชา...
ทั้งๆ ที่...เธออยู่ตรงนี้...แต่ทำไมฉันรู้สึกถึงความเหงา...
ทั้งๆ ที่...ฉันอยู่ตรงนี้...แต่เธอกลับมองไม่เห็น...
ไม่อยาก...เปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร...
ไม่อยาก...ให้เธอเปลี่ยนตัวเองเพื่อฉัน...
ไม่อยาก...ให้มันเป็นอย่างนี้...
ไม่อยาก...ให้จบอย่างนี้เลย...
ขอ...ฉันเป็นฉันอย่างนี้ได้มั้ย...
ขอ...ให้เธอโปรดเข้าใจฉัน...
ขอ...ให้มันเป็นไป...
ขอ...ให้ฉันเป็นตัวเอง...
รู้สึกว่าความเป็นตัวเอง เริ่มลดลงทุกวัน....ทุกวัน...
ฉัน...ขอ...เถิด...นะ...คน...ดี...
2月7日 เธอคือความฝัน...
1月26日 กลับบ้านนะ...กลับบ้านนะครับ ขออนุญาต กลับไปไหว้บรรพบุรุษ...
กลับไปพรุ่งนี้อ่ะ ตอนเช้าเลย รถทัวร์ น่ากัวอ่ะ รถทัวร์ขับหวาดเสียวมาก...
ไปแจกและรับอังเปาด้วยอ่ะจ้า...
ไม่ออนหลายวันนะ คิดถึงกันป่าว...
คิดถึงสิ ถ้าคิดถึงกันขอให้มองไปยังดวงจันทร์นะ เพราะผมจะมองดวงจันทร์ด้วย...
อย่างน้อยเราก็มองดวงจันทร์ดวงเดียวกัน ได้อยุ่ใกล้กันงัย ฮิ้วววววววว...
ซิน เจีย ยู่ อี่ ซิน นี่ ฮวด ใช้ นะครับ แปลว่าไรช่างมันเถอะ...
แต่ขอให้ทุกคนมีความสุขแล้วกัน มีเงินทองใช้มากๆ นะครับ...
บ๊ะ บาย...
^_^ 1月2日 กลับมาแว้วอ่ะจ้า......30/12/05-12.30 pm.
เช็คอินขึ้นเครื่อง สายการบิน JET STAR ASIA เครื่องออก 14.55 นั่งประมาณ 2 ชม. ก็ถึงสิงคโปร์ เป็นเมืองที่สวยมั่กมาก ไปถึงปุ๊ปก็ตั้งนาฬิกาใหม่ เพราะที่นู่นเวลาเดินเร็วกว่าเรา 1 ชม.
...หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟฟ้า MRT (การคมนาคมของเค้าดีมากเลย ซื้อบัตร Easy Link Card บัตรเดียวจะนั่งรถเมล์ รถไฟฟ้าก็ได้ คล้ายๆ บ้านเราอ่ะ แต่ของเค้าชนิดแปะตรงจุดที่มันให้แปะ)ไปลงสถานี farrer park เพราะโรงแรมที่จะพักอยู่แถวนั้น เช็คอินเสร็จก็ขนของขึ้น บนห้องพักซึ่งอยู่ชั้น 21 ห้อง 2122 เป็นห้องขนาด 3 เตี่ยง ไม่มีระเบียง ชิวๆ อยู่แล้ว
...พี่ที่นำเที่ยวเค้าให้เวลา 15 นาที ปุ๊ปปั๊ปๆ ก็ 15 นาทีแระ เสร็จแล้วก็เดินกันไปกินอาหารเย็น ซึ่งหวังไว้ว่าต้องเป็นอาหารพื้นเมืองแน่ๆ เลย มาถึงสิงคโปร์ แล้วนั่นก็คือ Mcdonald เหอๆๆ เบอเกอร์อันนึงตั้ง 5 SGD. 5 เหรียญอ่ะ ก็ตกประมาณ 125 บาท เหอๆๆ เบอเกอร์ลูกละ 125 บาท อิ่มกันไป
...หลังจากรับประทานอาหารเย็นสุดหรู ก็เดินไปรอรถเมล์ที่ป้าย พอรถเมล์มาก็ขึ้นไปลงที่ตึกรัฐสภาของสิงคโปร์ ก็สวยงามดีอ่ะ หลังจากนั้นก็เดินต่อไปที่ Marina Bay หรือที่มี Merlion (สิงโตพ่นน้ำนั่นเองงงง) สวยงามอีกเช่นเคย เสร็จแล้วก็นั่งรถ MRT กลับไปนอน กว่าจะได้นอนก็ตี 2 ส่วนใหญ่จะหมดไปกับการเดินเพราะเดินกันขาลากเลยอ่ะ วันแรกเหนื่อยมากๆๆๆๆๆๆ
...31/12/05-7.30 am.
ลงมากินอาหารเช้าที่ชั้นล่างของโรงแรม วันนั้นกินโรตีอ่ะ มีน้ำแกงมาให้ถ้วยนึง ก็จืดๆ อ่ะ แต่ก็อร่อยดี หลังจากนั้นก็นั่งรถ MRT ไปลงที่สถานีขนส่ง(มั้ง) เพื่อนั่งรถเมล์ไปสวนนก จู่ล่ง ก็เข้าไปดูนกกันไป มีแสดงโชว์นกด้วย สนุกดี นกเยอะดีอ่ะ หลังจากนั้นตอนเที่ยง ก็นั่งแท็กซี่ต่อไปห้าง IKEA (ไม่รู้จะไปทำไม เพราะมันขายพวกเฟอร์นิเจอร์ -*-) ก็เลยไปกินข้าวเที่ยงกันที่นั่น สั่งข้าวอะไรไม่รู้อาหารอินเดีย เป็นข้าวสีเหลืองๆ มีไก่ให้ชิ้นนึง แล้วก็คล้ายๆ อาจาด แล้วข้าวเกรียบทอด 2 ชิ้น ทั้งหมดก็ 5.50 เหรียญ ตกประมาณ 138 บาท เหอๆ ส่วนน้ำดื่มก็ขวดละ 2 เหรียญ ประมาณ 50 บาท เหอๆๆ!!!!
...หลังจากเดินเสร็จ ก็เข้าคิวเพื่อนั่งรถแท็กซี่ ตอนนี้มีปัญหานิดหน่อยเพราะมีปากเสียงกับฝรั่งกลุ่มนึง ซึ่งเค้าหาว่าพวกเราแซงคิว ทั้งๆ ที่เรายืนรอตามคิวเป็นชั่วโมง แต่สุดท้ายก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็นั่งไปลงที่ย่าน ออร์ชาร์ด ซึ่งย่านนั้นจะมีห้างใหญ่ๆ ติดกันหลายๆ ห้าง มีทั้งแบรนด์เนมหรูๆ จนกระทั่ง ร้านขายของชำ เดินซื้อของจนประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ก็นั่ง MRT ไปยัง Marina Bay ซึ่งกะว่าจะไปเคาน์ดาวน์ที่นั่น ไปถึงคนเยอะมากมาย ตอนแรกกะจะไปยืนที่สะพาน แต่ว่าคนเต็มเลยก็เลยไปยืนอีกที่นึง จนเที่ยงคืน(แทบจะสลบอยู่แล้วเพราะเดินทั้งวันเลยอ่ะ)เค้าก็จุดพลุกันอย่างยิ่งใหญ่อลังการเสร็จแล้วก็วิ่งกันไปแย่งขึ้นรถ MRT กับคนแถวนั้นเพราะพองานเลิกต่างคนต่างก็แย่งกันไปขึ้นรถ แต่ดีอย่างที่รถ MRT ขับเร็วมากๆ เลยถึงที่พักเร็วหน่อย คืนนั้นหัวถึงหมอนก็สลบเลย เหอๆ
...01/01/06-01.30 pm.
วันนี้ขอพี่เค้าพักวันนึงเนื่องจากเหนื่อยมากๆ ตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน กินขนมปังไป 2 อัน แล้วก็นอนต่อ พอตกเย็นก็เดินลงไปเที่ยว MUSTAFA เป็นห้างเล็กๆ ไปเลือกซื้อของฝาก แล้วก็เดินเข้า SEVEN-ELEVEN ซื้อมาม่าไปต้มกิน 5 ห่อ 6 เหรียญ ก็ประมาณ 150 บาท แล้วก็เบียร์อีกกระป๋อง ยี่ห้อ BREDA กระป๋องละ 2.10 เหรียญก็ตกประมาณ 53 บาท จริงๆ เบียร์ช้างก็มีนะ แต่กระป๋องละ 3.1 เหรียญ ก็ประมาณ 78 บาท หุหุ แล้วก็กลับห้องไปต้มมาม่ากินกัน อิ่ม แล้วนอน
...02/01/06-08.30 am.
วันนี้จัดกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน ลงมากินอาหารเช้าข้างล่าง แล้วก็ขึ้นไปเอากระเป๋าลงมานั่งรถตู้ของโรงแรมไปสนามบิน เช็คอินเสร็จก็เข้าไปข้างใน เครื่องออก 12.45 นั่งมาถึงดอนเมือง ต่อรถแท็กซี่กลับ
...สนุกดีครับ แต่เหนื่อยมากๆ ที่เหนื่อยก็เพราะเที่ยวเผื่อทุกคนด้วยงัย หุหุ ยังงัยดูรูปได้นะใน Photo อ่ะ หัวข้อ Singapore อ่ะจ้า Happy New Year นะครับ ทุกๆ คน ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างอ่ะ เล่าให้ฟังบ้างจิ...
^_^ 12月29日 ไปเที่ยวล่ะนะ...พรุ่งนี้บ่ายสาม บินได้ล่ะครับ บินไปสิงคโปร์...
ไปเที่ยวซักที ทำงานมาทั้งปี ไม่รู้จะหนุกป่าวอ่ะ เหอๆ...
ไป 4 วันนะจ๊ะ กลับมาวันที่ 2 ถึงนี่ประมาณ 6 โมงเย็น...
แล้วจะเที่ยวเผื่อทุกคนนะ เพื่อนๆ ไปเที่ยวไหนกันบ้างอ่ะ เล่าให้ฟังบ้างนะ...
แล้วจะกลับมาอ่าน สัญญา...
ใครไม่ได้ไปไหน ถ้าคิดถึงกันก็มาบอกกันได้นะจ๊ะ อุอุอุ...
เฮ้อ...งัยก็ไม่รู้...ยังงัยก็จะพยายามสนุกแล้วกัน...
แล้วจะเอารูปมาฝากนะครับ...
Happy New Year...สุขสันต์วันปีใหม่นะครับ...
^_^
12月20日 แค่บอกกัน...แค่นี้ ไม่เห็นจะยาก
บางที การที่ฝ่ายนึงเงียบ
อาจทำให้อีกฝ่าย คิดไปเองต่างๆ นานา
จะโกรธจะเกลียด ไม่พอใจอะไร ตรงไหน เมื่อไหร่
ก็ขอให้บอกซักคำ อย่าให้นึกไปเอาเอง
แค่บอกกันซักคำ
ก็จะยอมรับทุกสิ่งที่ได้ฟัง
ขอแค่อย่างเดียว ไม่ขออะไรมาก...
แค่...
บอก...
กัน..
11月30日 มุมมุม
|
|
|