Profiel van dear☆de@rcob@in☆Foto'sWeblogLijstenMeer Extra Help

dear cobain

Beroep
Plaats
Interesses
Be Myself By Myself ..:-)

Weer

Laden...

Citaat van de dag

Laden...

Horoscopen

Laden...

☆de@rcob@in☆

be myself by myself...

• • •w•e•l•c•o•m•e• • •

Free Visitor Counter

Foto 1 van 60
29 mei

ที่นี่ เคยมีเรื่องราว...

นานแค่ไหนแล้ว ที่เรื่องราวได้ห่างหายไปจากที่นี่...

 

นานแค่ไหนแล้ว ที่ไม่ได้เห็นคำทักทาย...

 

ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ฉันไม่รู้จะพิมพ์ต่อไปยังไง...

 

ในเมื่อจิตใจของฉันตอนนี้ มันไม่ปกติ...

 

เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ ก็คงจะต้องจางหายไปพร้อมกับตัวฉัน...

 

 

 

ทุกลมหายใจเข้าออกของฉัน ฉันเติบโตขึ้น...

 

ทุกลมหายใจเข้าออกของฉัน มีคนนึงแก่ลง...

 

ฉันคิดถึงย่า...

 

 

 

อยาก pause ทุกอย่างเอาไว้...

 

อยากหยุดลมหายใจไว้ก่อน...

 

อยากนอนหลับไปนานๆ...

 

ฉันเหนื่อย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วสักวันจะไปหา...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลาก่อน...

 

 

 Image Hosted by ImageShack.us

28 juni

พิมเสนที่เสียไป ไม่ได้แลกเกลือกลับมาเสมอ...

ภายใต้ผมยาวที่ปกคลุมศีรษะของผมนั้น น้อยคนนักจะรู้ว่ามีแผลเป็นจากรอยเย็บทั้งหมด 6 เข็ม...

แผลเป็นที่เกิดจาก คนที่เราเคยเรียกได้เต็มปากว่า"เพื่อน"...

เพื่อนของผมคนนั้นชื่อว่า เน็ค...

เน็คที่เคยเป็นเพื่อนเรียนด้วยกันมาในสมัย ปวช. ในวิทยาลัยเทคนิคต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง...

แต่เน็คโดนรีไทน์ให้ออกจากวิทยาลัย เนื่องจากผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์...



ตลอด 6 ปี ไม่เคยเจอเน็คเลย แต่ได้ข่าวคราวอยู่บ้างว่ามาเรียนต่ออยู่กรุงเทพฯ...

จนกระทั่งเรามาเจอกัน ณ เมืองหลวงแห่งนี้ ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนได้ถูกสานต่ออีกครั้ง...

คำถามต่างๆ นานาพรั่งพรูออกมาจากปากเราสองคน สอบถามถึงเรื่องที่ผ่านมาในระยะ 6 ปี...

เรากลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้งหนึ่ง...



จนกระทั่ง...

เน็คกับป๊อกมีปัญหากัน มีเรื่องบางอย่างทำให้เน็คกับป๊อกไม่ลงรอยกัน...

ผม ซึ่งเป็นคนกลางระหว่างเพื่อนทั้งสองคน พยายามไกล่เกลี่ยให้ทุกอย่างเหมือนเดิม...

แต่มันสายไปแล้ว ทั้งสองเหมือนน้ำสองหม้อที่กำลังเดือด รอแค่สาดเข้าหากัน...



เที่ยงคืนวันนั้น โทรศัพท์ในห้องผมดังขึ้น...

"กูพร้อมแล้ว มึงไปบอกไอ้ป๊อกได้เลย ว่าจะชนกับกูเมื่อไหร่ ตอนนี้กูอยู่กับเพื่อนกูอีก 10 คน...

เพื่อนที่มันพร้อมจะลุยกับกู" นี่คือคำทักทายในสายโทรศัพท์จากเน็ค ฟังก็รู้ว่าเมา...

"เฮ้ย! อะไรของมึงเนี่ย ทำไมต้องถึงขนาดนี้ด้วยวะ เพื่อนกันทั้งนั้น" ผมตอบกลับ...

ผมไม่รอเสียงตอบ "โตๆ กันแล้ว ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยวะ ปัญญาชนแล้วนะเว้ย"...

"มึงจะไปบอกมันหรือไม่บอก ถ้ามึงไม่ไปบอกมัน หรือมึงจะวัดกับกู" เน็คสวนกลับมา...

"อ๋อ นี่มึงเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นกูแล้วหรอ" ผมถามด้วยเสียงเรียบ...




"กูว่ามึงกลับบ้านไปนอนก่อนดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ตื่นมาค่อยว่ากัน ตอนเช้ากูก็ต้องทำงานอีก"

ผมพยายามใจเย็นๆ แล้วพูดกับเน็คดีๆ...



6 โมงเช้าโทรศัพท์ในห้องดังขึ้นอีกครั้ง แต่เป็นเสียงที่โทรมาจากข้างล่างตึก...

"มึงลงมาคุยกับกูหน่อย" เน็คพูดเรียบๆ ทางโทรศัพท์...

"เดี๋ยวกูลงไป" ผมตอบด้วยอาการงัวเงีย...



ผมจุดบุหรี่ ระหว่างที่กำลังนั่งลงริมฟุตบาทของที่จอดรถ ใต้ตึกที่ผมพักอยู่...

"มึงโทรไปบอกไอ้ป๊อกแล้วยัง?" เน็คเอ่ยถามเป็นคำแรกที่เจอหน้าผม กลิ่นเหล้าฟุ้ง...

"ยัง กูไม่รู้จะโทรไปทำไม" ผมพูดออกมาพร้อมควันบุหรี่...

"มึงไม่อายเพื่อนหรอ ถ้าเพื่อนถามว่ามึงตีกันทำไม แม่งมาจากบ้านเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน

มาตีกันถึงที่นี่ โตๆ กันแล้ว มึงคิดว่าตีกันเสร็จจะได้อะไรขึ้นมาวะ" ผมจี้บุหรี่ลงกับพื้น...




"งั้นมึงมาวัดกับกูตัวต่อตัว" ผมไม่คิดว่ามันจะพูดคำนี้ออกมา...

"มึงจะเอางั้นหรอ" ผมมองหน้ามันแล้วถามออกมา...

"หรือมึงไม่กล้า ลูกผู้ชายรึป่าววะ มา มึงมาวัดกับกู ต่อยกัน แล้วจบ เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม"...

มันท้าทายเหมือนกับไม่เคยเป็นเพื่อนกัน...

"กูจะบอกให้นะ กูต่อยกับมึงก็ได้ แต่ไม่ใช่เพราะกลัวมึงหาว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย

แต่กูจะต่อยกับมึงเพราะมึงอยากต่อยกับกู แล้วขอให้จบกันตรงนี้ มึงอย่าไปหาเรื่องไอ้ป๊อกอีก...

อีกอย่างนึงถ้าจบแล้ว กูกับมึงก็ไม่เหลือคำว่าเพื่อนต่อกัน"...

ผมตัดสินใจฝืนคำโบราณที่ว่า อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ...



ผมถอดรองเท้าแตะ พร้อมกับบอกให้มันถอดแหวนกับนาฬิกา...

มันถอดไปยิ้มไป รอยยิ้มของมันแทบไม่เหลือความเป็นเพื่อนต่อกัน...



คนที่เคยเรียกว่าเพื่อน ยืนประจันหน้าอยู่ตรงหน้าผม ต่างคนต่างมองตากัน...

และแล้วสิ่งที่มันต้องการก็เริ่มขึ้น...

"กูจะไม่ต่อยมึงก่อน แต่กู..." ยังไม่ทันสิ้นเสียง มันก็ผลักอกผมกระเด็นออกมา...

ผมตั้งหลักได้ จึงสวนหมัดไปที่ใบหน้าของมันอย่างจัง รู้สึกถึงเสียงกระดูกที่มือกระทบกระดูกที่หน้าของมัน...

มันถึงกับหน้าหงาย ผมรู้สึกสงสารเพื่อนขึ้นมาในทันที...

ไม่ทันจะรู้สึกสงสารได้เต็มที่ มันก็ต่อยกลับมายังหน้าของผมคืนเช่นกัน...



ไม่มีความรู้สึกเจ็บ ทุกหมัดที่มากระทบ ชาไปหมด ต่อยกันไปมาอยู่อย่างนั้นประมาณ 15 นาที...

ต่างฝ่ายต่างรักษาระยะห่าง ผมยืนตั้งหลักอยู่ข้างกำแพง...

ในระยะเวลาอันรวดเร็วที่ผมเผลอ รู้สึกตัวอีกที มันกำลังจับหัวผมโขกกับขอบกำแพง...

ปึกกกก! เสียงก้องในหัวผม มันผละตัวออกจากผม พร้อมดูผลงานของมัน...

ไม่รู้สึกอะไรนอกจากชา ผมยกมือปาดเหงื่อที่กำลังไหลมาข้างคิ้ว...

แต่สิ่งที่เห็น ไม่ใช่เหงื่อ แต่กลับกลายเป็นเลือด...



"มึง พอใจแล้วยัง เลือดหัวกูออกแล้ว" ผมถามมัน...

"..." มันเงียบ...



ผมนั่งลงริมกำแพง แล้วจุดบุหรี่...

"เลือดมึงไหล" มันบอกผม ผมเงียบ...

มันลงมานั่งข้างๆ แล้วยื่นมือมาทำท่าจะจับมือผมแล้วเอ่ยว่า "เหมือนเดิมนะเพื่อน"...



ผมสูบบุหรี่ ไม่พูดอะไรสักคำ...

บุหรี่หมดตัว ผมจี้ลงพื้น แล้วเดินจากมันมาโดยไม่เอ่ยอะไรเลย...

ผมขึ้นไปแต่งตัว แล้วลงมาเรียกแท็กซี่ ไปโรงพยาบาล...

เย็บ 6 เข็ม...



ตั้งแต่นั้นมา คำว่าเพื่อนก็จบลง...

หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้มาได้ ผมเสียสิ่งหนึ่งไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมได้มา...

แน่นอน สิ่งที่เสียไป คือคำว่าเพื่อน แต่สิ่งที่ผมได้มานั่นก็คือ...



การได้รู้ว่า การที่เรายอมแลกในสิ่งที่คาดว่าคงได้กลับมา ถึงไม่มากเท่าสิ่งที่เสียไป...

บางที มันกลับไม่ได้อะไรเลย...

08 mei

เล่นกับน้อง ย้อนมองตัวเอง...

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ไปร่วมกิจกรรม a board project #01...
 
โครงการเล่นกับน้อง กับเวบบอร์ด a day ณ บ้านเด็กอ่อนรังสิต... 
 
 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 

ได้เห็นน้องๆ ที่ต้องเติบโตมา โดยไม่มีพ่อแม่คอยเลี้ยงดู รู้สึกสงสารน้องๆ เหล่านั้น...

ยิ่งได้เห็นอยู่กันเป็นกลุ่มหลายๆ คนยิ่งรู้สึกหดหู่ใจ ว่าทำไมโลกนี้ ประเทศนี้ จึงมี...

เด็กๆ ที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดพรากจากผู้ซึ่งเป็นพ่อแม่อยู่หลายคน...

 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ด้วยความไร้เดียงของเด็กๆ หลายคน คงยังไม่รู้อะไรมากนัก...

ว่าการเติบโตมาโดยไม่มีพ่อแม่อยู่เคียงข้างนั้น มันยากเย็นแค่ไหน...

มันเหมือนขาดสิ่งสำคัญในชีวิตไปสองอย่าง...

 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เลยนึกไปถึงตัวเอง ครั้งยังเด็กๆ ก็เติบโตมาโดยไม่มีทั้งสองอย่างเหมือนน้องๆ เค้า...

บางช่วงที่มองไปยังเด็กๆ เหล่านี้ ทำให้น้ำในตามันเอ่อออกมา แต่ไม่ปล่อยให้มันไหลออกมา...

เนื่องจากอายเพื่อนๆ น้องๆ ที่มาด้วย นี่ถ้าเรามาคนเดียว คงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่...

 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ได้แต่หวังว่า น้องๆ เหล่านี้ จะต้องเติบโตขึ้นด้วยความเข้มแข็ง...

ขอให้สิ่งที่มาทดแทนสิ่งที่พวกเขาขาดหายไป คือความเข้มแข็ง...

เข็มแข็งที่จะใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ต่อไป เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า...

และหวังว่าระหว่างนั้น คงมีคนแวะเวียนมาเล่นกับพวกเขาอยู่บ่อยๆ...

 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ดูสิ อยู่กันเยอะแยะ อยู่กันหลายคน แต่ทำไมรู้สึกได้ถึงความเหงานะ...

 

 

เข้มแข็งนะเจ้าเด็กน้อย...

05 april

บางเรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ Nirvana และ Kurt Cobain...

บางเรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ Nirvana และ Kurt Cobain...


1. Kurt Cobain เริ่มต้นการเป็นนักดนตรีด้วยการเป็นมือกลองและร้องนำให้วง Sellouts
ซึ่งเป็นวงที่เล่นแต่เพลงของ Creedence Clearwater Revival เมื่อปี 1985


2. ก่อนที่จะได้เล่นดนตรีเป็นอาชีพ เคิร์ทเคยทำงานอย่างเช่น ภารโรง คนเฝ้าสระว่ายน้ำ
ทำความสะอาดในโรงแรม และทันตคลีนิคมาก่อน

3. เคิร์ทป่วยเป็นโรค Narcolepsy คือ สภาพการหลับหมดสติไปเมื่อเกิดอาการเกร็งมาก ๆ
อาการนี้ปรากฎอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง My Own Private Idaho ซึ่งนำแสดงโดย River Phoenix ผู้ล่วงลับไปแล้ว

4. Kurt และ Krist Novoselic เคยอยู่วง Skid Row มาก่อน แต่ไม่ใช่ Skid Row
วงเมทัลที่มีนักร้องนำชื่อ Sebastian Bach เป็นวงแนวซีแอตเติลที่มีมือกลองคือ Bob McFadden

5. Kurt เคยทำงานเป็นเด็กขนของให้กับวงกรันจ์ที่เขาเคารพมาก คือ The Melvins


6. เพราะพวกเขาไม่มีเงินจ่ายค่าบันทึกเสียงอัลบัมชุด Bleach เพื่อนของเขาที่ชื่อ Jason Everman ก็ยื่นมือพร้อมเงินเข้ามาช่วยจ่ายให้หนึ่งสัปดาห์ ถัดมา Jason ผู้นี้คือมือกีตาร์คนที่สองของ Nirvana

7. Jason Everman ได้เครดิตในฐานะมือกีตาร์ในอัลบั้มชุด Bleach แม้ว่าเขาจะไม่ได้ร่วมบันทึกเสียงด้วย

8. Jason Everman ผู้นี้ เคยได้ร่วมงานกับวง Soundgarden ในช่วงปี 1989-1990
จากนั้นก็ย้ายไปอยู่วง Old และ Mindfunk ต่อมาเขากลายเป็นทหารเรืออยู่ในกองทัพสหรัฐ ฯ



9. เพลง Sliver ซึ่งเป็นซิงเกิลชิ้นแรก ๆ ของ Nirvana บันทึกเสียงโดยการยืมกลอง กีตาร์ และเบสมาจากวง Tad

 

10. วง Nirvana มีมือกลองมาแล้ว 5 คนดังนี้ Aaron Burckhard (1987-1988), Chad Channing (1988-1990), Dan Peters (1990), Dale Crover (1990),
Dave Grohl (1990-1994) ปี 1990 Nirvana มีมือกลอง 2 คนคือ Dan Peters
ซึ่งเป็นมือกลองคณะ Mudhoney ซึ่งตีกลองให้ซิงเกิ้ลเพลง Sliver
และตีให้อีกหนึ่งงานในเดือน กันยายน โดยเป็นวงเปิดให้กับวง Dwarves -Dale Crover
มือกลองของ The Melvins ตีให้เก้างานเมื่อ Nirvana เล่นเป็นวงเปิดให้กับวง Sonic Youth

11. มือเบสของวง Soundgarden คือ Ben Shepherd เกือบได้ร่วมวง Nirvana ในปี 1989 แต่ทางวงได้รับคำแนะนำว่า ควรจะคงความเป็นวงสามชิ้นเอาไว้ดีกว่า

12. Kurt Cobain และ Krist Novoselic เคยได้ร่วมงานกับ Mark Lanegan และ Mark Pickerel นักร้องและอดีตมือกลองแห่งวง Screaming Trees
ได้ช่วยกันทำงานในผลงานเดี่ยวชุดแรกของ Mark Lanegan คือชุด The Winding Sheets
พวกเขาบันทึกเสียงเพลงเก่า ๆ ของวง Leadbelly และวงบลูส์อย่าง Lithium

13. เมื่อปี 1988 Kurt เปลี่ยนคำสะกดชื่อของเขาเป็น Kurdt Kobain และในปี 1989
เขาเปลี่ยนอีกเป็น Kurt Kobain และในที่สุดก็หันกลับไปใช้ชื่อเดิมคือ Kurt Cobain ในปี 1990

14. ปี 1993 Chris Novoselic เปลี่ยนชื่อของเขาเป็น Krist Novoselic ตามการออกเสียงของชาว Croatian


15. Kurt แต่งงานกับ Courtney ที่ฮาวายเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1992 และ Courtney
ขอร้องไม่ให้ Krist Novoselic และ Shelli ภรรยาของเขาเข้าร่วมพิธี

16. Courtney เคยเข้าร่วมการคัดเลือกตัวผู้แสดงบท Nancy Spungen
ในภาพยนตร์เรื่อง Sid and Nancy Courtney และ Kurt เคยใช้ชื่อ
Mr. และ Mrs. Simon Ritchie ซึ่งเป็นชื่อจริงของมือเบสวง The Sex Pistols
และเป็นแฟนของ Nancy Spungen ในการเข้า check in ตามโรงแรมหลายแห่ง


17. อัลบั้มชุด Nevermind ขายหมดทันทีที่นำออกมาขายในเดือนกันยายน 1991
ด้วยตัวเลข 40,000 ชุดในอเมริกา และ 8,000 ชุดในอังกฤษ


18. ในทัวร์โปรโมตอัลบั้มชุด In Utero Nirvana ตัดสินใจว่าควรมีมือกีตาร์สมทบอีกครั้ง Big John Duncan (อดีตวง Exploited/Goodbye Mr. Mackenzie) ในช่วงเริ่มต้นทัวร์ ต่อมาเปลี่ยนเป็น Pat Smear ซึ่งเคยเล่นให้กับวง Belinda Carlisle

19. มกราคม 1994 ในบทสัมภาษณ์ของนิตยสาร Rolling Stone เคิร์ตอ้างว่าเขาเลิกยาได้แล้ว และกำลังรักษาด้วยยาชนิดใหม่อยู่ ปัญหาเรื่องกระเพาะของเขาก็ดีขึ้น และเขาหวังว่าจะเป็นอิสระจากความเจ็บปวดได้ในอนาคต

20. ในช่วงแรก ๆ เคิร์ทพยายามที่จะร้องเพลงด้วยสำเนียงอังกฤษ เพราะเขาคิดว่าเสียงแบบอเมริกัน ฟังไม่เป็นพังก์ร็อคพอ

21. ชื่ออัลบั้ม Bleach ได้มาจากคำว่า "Bleach your works" ซึ่งเป็นชื่อแคมเปญหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อโรคในซานฟรานซิสโกที่ทางวงไปเห็นเข้า


22. เคิร์ททำลายกีตาร์ของตัวเองเป็นครั้งแรกที่งาน Halloween ใน Evergreen State College เมื่อตุลาคม 1988 จากนั้น ทางวงก็ติดการทำลายเครื่องดนตรีงอมแงม
ซึ่งมักจะซื้อกีตาร์ราคาถูก ๆ จากโรงรับจำนำ เพื่อมาสนองความเมามัน

23. Dave และ Kurt เคยไปดูโชว์ของ Tobi Vail แห่งวง Bikini Kill ที่โอลิมเปีย Dave
ไม่ค่อยประทับใจกับการแสดงของแฟนสาวของเคิร์ทเท่าไรนัก
แตกต่างจากเคิร์ทที่พรรณนาถึง Tobi ว่า "a sad little girl with bad fucking song"


24. ความปารถนาช่วงแรกของเคิร์ท คือ เขาอยากเป็นวงแบบ Sex Pistols จอมป่วน
และได้เซ็นสัญญากับบริษัทใหญ่ ๆ จากนั้นก็จะยุบวงซะและเชิดเงินก้อนใหญ่ไปอยู่กับ K. บริษัทเล็ก ๆ ในโอลิมเปีย

25. Nirvana บันทึกอัลบัม Nevermind ที่ Sound City ใน California ซึ่งเป็นสตูดิโอที่ Evil Knievel นักแสดงมอเตอร์ไซต์ผาดโผนฮีโร่วัยเด็กของเคิร์ท เคยมาตัดแผ่น
เคิร์ทเคยเลียนแบบการแสดงผาดโผนของ Evil โดยการกระโดดลงมาจากหลังคา และจุดประทัดติดไว้ที่หน้าอกของเขา

26. เพลง Stay Away ตอนแรกใช้ชื่อว่า Pay To Play เนื้อร้องถูกเปลี่ยนในวินาทีสุดท้ายที่สตูดิโอ

27. ทางวงเกือบจะเขี่ยเพลง Smells Like Teen Spirit ออกจากอัลบัม Nevermind
เพราะพวกเขารู้สึกว่าเพลงนี้มีเสียงแบบ The Pixies มากเกินไป
ชื่อเพลงนี้ได้มาจากชื่อยี่ห้อน้ำยาดับกลิ่นที่เพื่อนคนหนึ่งของเคิร์ทเอาสีสเปรย์พ่นไว้ที่ผนังห้องของเคิร์ท ซึ่งเธอบอกว่าเคิร์ทมีกลิ่นแบบนั้น

28. Nevermind มิกซ์โดย Andy Wallace ซึ่งต่อมาเคิร์ทไม่ถูกใจกับเสียงที่ Wallace มิกซ์ให้ เขาว่าฟังเหมือน Motley Crue มากกว่าพังก์ร็อค


29. เด็กชายอายุห้าเดือนบนภาพปกอัลบัมชุด Nevermind ชื่อว่า Spencer Elden ตอนแรก Geffen กังวลกับจู๋น้อยที่ปรากฎอยู่ในภาพ ทางวงจึงเสนอให้ใช้สติกเกอร์ปิดเจ้าสมาชิกที่
ไม่พึงประสงค์ด้วยคำว่า "ถ้าคุณไม่พอใจกับไอ้นี่ คุณต้องเป็นพวกแอบจิตแหง"


30. เคิร์ทปิดฉากการแสดงของ Nirvana ในเทศกาลดนตรีที่ Reading เมื่อปี 1991
โดยการกระโดดไปที่กลองชอดของ Dave ซึ่งทำให้เขาไหล่หลุด งานนั้น Nirvana
เล่นเป็นวงที่สามต่อจาก Silverfish และ Babes In Toyland

31. Nirvana ถูกถีบส่งออกมาจากงานเลี้ยงฉลองวาระการออกขายอัลบัมชุด Nevermind
เพราะพวกเขาเอาอาหารมาขว้างใส่กัน และฉีกโปสเตอร์โปรโมตอัลบั้มออกหมด
แถมยังรบเร้าให้ดีเจเปิดเพลงดิสโกขยะแทนเพลงของพวกเขาเอง

32. เคิร์ทเลือก Steve Albini มาโปรดิวซ์งานชุด In Utero ให้ เพราะเคิร์ทเป็นแฟนเพลงของ Albini ตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่วง Big Black เขาเป็นพนักงานบันทึกเสียงให้กับชิคาโก ทัช แอนด์ โก เคยทำงานกับ The Jesus Lizard, Helmet, Superchunk, Mule,
PJ Harvey และ EMF Albini ทำให้เคิร์ทได้เสียงในแบบที่เขาบอกว่าใกล้เคียงกับเสียงที่
เขาได้ยินในหัวของเขาเองตอนนี้ Albini อยู่กับวง Shellac


33. Nirvana บันทึกเสียงและมิกซ์งานชุด In Utero เสร็จภายในเวลาสองสัปดาห์ที่สตูดิโอ
Pachyderm ใกล้ ๆ กับ Minneapolis บอร์ดมิกซ์เสียงที่นี่เคยใช้กับ
งานของ AC/DC เพลง Black In Black ซึ่งเป็นเพลงแรกที่เคิร์ทหัดเล่นกีตาร์


34. Dave Grohl เป็นพ่อสื่อให้กับคอร์ตนีย์และเคิร์ท Dave บอกกับคอร์ตนีย์ว่าเคิร์ทสนใจเธอ จากนั้นเธอจึงส่งเปลือกหอยและลูกสนใส่ไปให้เคิร์ทในกล่องรูปหัวใจ
ซึ่งต่อมากลายเป็นชื่อเพลง Heart-Shaped Box ในอัลบั้ม In Utero


35. เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เคิร์ทหัดเล่นคือกลอง ซึ่งเขาได้เป็นของขวัญจากป้า Mary เมื่อตอนอายุได้ 7 ขวบ


36. ฮีโร่อีกคนของเคิร์ทคือ จอห์น เลนนอน แต่เขาอยากจะเป็นจอห์น เลนนอน
ที่ตีกลองเพราะตอนนั้นเขากำลังหัดเล่นกลองอยู่

37. เคิร์ทพบว่าตัวเองชอบเพลงheavy metal เมื่อแผ่นเสียงของวง Aerosmith, Led Zeppelin, Black Sabbath และ Kiss ส่งมาที่บ้าน เพราะพ่อของเขาสมัครเป็นสมาชิกการสั่งซื้อทางไปรษณีย์

38. เขาแต่งเพลงพังค์ครั้งแรก โดยจินตนาการเอาว่าเสียงของมันจะเป็นอย่างไร
เนื่องจากว่าเขาไม่เคยฟังเพลงของ The Sex Pistols มาก่อน
ได้แต่อ่านเรื่องราวของวงนี้จากหนังสือ เขาจึงลองแต่งเพลงสามคอร์ด และเสียงร้องตะโกนแบบของเขาขึ้นมา

39. ตอนแรก เวนดีแม่ของโคเบนไม่เห็นด้วยกับการร้องเพลงของโคเบน เธอเคยแนะนำเขาว่า น่าจะเล่นกีตาร์เฉย ๆ ดีกว่า

40. ตอนที่เคิร์ทได้ไปซ้อมเพื่อจะเข้าร่วมกับวง The Melvins ครั้งแรกนั้นห่วยมาก
เพราะเขาตื่นเต้นจนลืมทุกอย่างที่เขาต้องเล่น เขายืนทำเสียงกีตาร์ฟีดแบ๊กและหน้าแดง

41. เคิร์ทมีความประทับใจประหลาด ๆ เกี่ยวกับเต่า เขาเคยเลี้ยงเอาไว้หกตัวในอ่างอาบน้ำ
เขาบอกว่า พวกมันมีพฤติกรรมประเภท "fuck you" ซั่งเขารู้สึกเห็นอกเห็นใจมันมาก


42. เคิร์ทต้องใช้เวลาถึง 3 ปี ชักชวนให้ Krist มาร่วมวงกับเขา
โดยเริ่มต้นการซ้อมกันที่ชั้นบนของร้านเสริมสวยของแม่ของ Krist

43. เคิร์ทเคยคิดว่าเพลงของ Nirvana จะไม่มีอิทธิพลต่อวงการเพลงร็อค

44. ซิงเกิลแรกสุดของ Nirvana คือ Love Buzz/Big Cheese ซึ่งออกขายในปี 1988 โดยสังกัด Sup Pop แต่ก่อนหน้านั้นเพลง Spank Thru
เคยปรากฎอยู่ในอัลบั้มที่มีชื่อเสียงชุด Sup Pop 2000
เป็น box set รวมอีพีสามแผ่น มีงานของ Soundgarden, Tad, Mudhoney,
Beat Happening และ Screaming Trees ออกมาขายในจำนวนจำกัดเพียง 1,000 ชุดเท่านั้น ตอนนี้เป็นของมีค่ามาก


45. เคิร์ทและคอร์ตนีย์ แต่งงานกันเมื่อ 24 ก.พ. 1992 ที่ Waikiki ในฮาวาย ตอนนั้นคอร์ตนีย์กำลังตั้งครรภ์ ในวันแต่งเธอสวมชุดลูกไม้ที่เคยเป็นของ Frances Farmer
ซึ่งเป็นหัวข้อในการแต่งเพลง Frances Farmer Will Have Her Revenge On Seattle
จากอัลบั้มชุด In Utero ส่วนเคิร์ทสวมชุดนอนสีเขียวเข้าพิธี

21 november

me (again)...

 
 
 
 
 
 
 
10 ปีหลังจากพ่อจากไป...
 
แม่ก็ป่วยเป็นโรคไต เจ็บออดๆ แอดๆ มาตลอด...
 
เวลาแม่ปวดท้องมากๆ แม่ก็จะถูกส่งเข้าโรงพยาบาล...
 
เหตุการณ์เหล่านี้จึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผม...
 
เวลาที่แม่กลับมาจากโรงพยาบาล ผมก็จะเล่าให้แม่ฟังว่า...
 
เมื่อคืนนี้ผมฝันอะไรบ้าง แล้วแม่ก็จะเล่าให้ฟังว่า แม่ฝันอะไรบ้าง...
 
 
 
วันนั้น...เป็นเวลาประมาณตีสี่...
 
แม่ปลุกผมขึ้นมาเนื่องจากแม่มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง...
 
ผมลุกขึ้นมาโดยไม่มีอาการงัวเงียแม้แต่น้อย...
 
หลังจากได้สติจึงวิ่งไปเรียกลุงซึ่งอยู่บ้านข้างๆ...
 
ลุงตื่นขึ้นมาและเอารถมอเตอร์ไซด์ขี่พาแม่ไปส่งที่ รพ.ในอำเภอ...
 
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนไม่ได้พูดอะไรกับแม่มากเท่าไร...
 
ตอนกลางวันวันนั้น ป้าเลยส่งผมไปอยู่กับย่าซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 8 กม....
 
 
 
ตกเย็นวันเดียวกัน ผมกำลังอาบน้ำแล้วนึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย...
 
ได้ยินเสียงลุงมาเรียกย่าที่หน้าบ้าน ปกติลุงไม่เคยมาที่นี่บ่อยนัก...
 
เริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี รีบออกจากห้องน้ำ...
 
ลุงเดินมาหา พร้อมย่าเดินตามมา ลุงบอกว่า...
 
"แม่เสียแล้วนะ ตอนนี้อยู่ที่วัด"...
 
ผมพูดไม่ออก ไม่มีน้ำตา รู้สึกว่าชาไปทั้งตัว...
 
ขึ้นไปแต่งตัวบนบ้าน นึกอะไรไม่ออก เลยถามย่าว่า...
 
"ย่า แล้วลูกจะอยู่กับใคร"...
 
ย่าตอบกลับมาว่า "ก็อยู่กับย่าไง ย่าเลี้ยงดูเอง"...
 
 
 
ระหว่างที่ซ้อนมอเตอร์ไซด์ไปกับลุง เพื่อไปที่วัด...
 
เหมือนตัวเองต้องการความแน่ใจ เลยถามลุงอีกครั้งว่า...
 
"ลุง แม่เสียแล้วจริงๆ ใช่มั้ย"...
 
ด้วยคำตอบของลุง ทำให้ผมแน่ใจ...
 
"เสียแล้วจริงๆ เสียเมื่อตอนเย็น ตอนนี้อยู่ที่วัด"...
 
 
 
สิ้นคำตอบของลุง ไม่รู้น้ำมาจากไหน ไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตา...
 
พูดกับตัวเองในใจ "แม่เราเสียแล้วนะ"...
 
เรื่องความฝันที่จะเล่าให้แม่ฟัง...
 
ฝันว่าเห็นแม่แต่งชุดสีขาวสวยงาม กำลังยิ้มให้ผม...
 
คงไม่ได้เล่าให้แม่ฟังแล้ว...
 
คำถามที่จะถามแม่ว่า เมื่อคืนแม่ฝันว่าอะไร...
 
คงไม่ได้ถามแล้ว...
 
 
 
ไม่เสียใจเลย ถ้าก่อนหน้านั้น ได้บอกแม่ว่า...
 
"รักแม่นะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงลูกนะ"...
 
 
 
 
 
 
แม่คงเป็นห่วงเรา เพราะแม่นอนตาไม่หลับ...
 
 
 
 
 
รักแม่...
 
 
 
 
 
 
 
 
ทักทายกันหน่อยวัยรุ่น ^0^/
Een ogenblik geduld...
De reactie die je hebt ingevoerd is te lang. Maak hem iets korter.
Je hebt niets ingevoerd. Probeer het opnieuw.
We kunnen je reactie nu niet toevoegen. Probeer het later opnieuw.
Je hebt toestemming van je ouders nodig om een reactie toe te voegen Toestemming vragen
Je kunt geen reacties geven omdat je ouders dit hebben uitgeschakeld.
We kunnen je reactie nu niet verwijderen. Probeer het later opnieuw.
Je hebt het maximale aantal reacties overschreden dat je elke dag kunt versturen. Probeer het over 24 uur nog eens.
De mogelijkheid om reacties te geven is uitgeschakeld voor je account omdat onze systemen aangeven dat je spam naar andere gebruikers verzendt. Als je van mening bent dat je account ten onrechte is uitgeschakeld, kun je contact opnemen met de klantondersteuning van Windows Live.
Voer de beveiligingscontrole hieronder uit om een reactie achter te laten.
De tekens die je typt moeten overeenkomen met die in de afbeelding of het audiofragment.
PoR ..zegt:
บังเอิญว่าลิงค์ไปลิงค์มาก็มาเจอสเปซของคุณเข้า
ก็เลยถือโอกาส ประชาสัมพันธ์งาน Nirvana Tribute Concert # 7 ซะเลย 555
ขอรบกวนพื้นที่ด้วยนะคะ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vboard.php?user=Nirvana
19 Jan.
134340 ...zegt:
อ่ะ...
ตามมาทักทายนะคะ
15 Okt.
คนข้างล่างน่ารัก ครับ  เจ ้าของที่นี้ก็สวย  อิ อิ
1 Okt.
tean tirazegt:
คิดถึงฮับ 
27 Sept.
เปรี้ยงๆๆๆ นี้แหนะๆๆๆๆ
 
ปร้างๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
 
 
 
11 Sept.
*